วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Intel ประกาศทำศึกกับ Nvidia Tesla ด้วย Intel Xeon Phi Coprocessor 60 Core!!!


หลังจากปล่อยให้ Nvidia Tesla ทำตลาดอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่นาน (AMD FirePro มีเหมือนไม่มี) ในที่สุดทาง Intel ก็ประกาศเปิดตัว Intel Xeon Phi Coprocessor ภายใต้โคตเนม Knights Corner พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของสถาปัตยกรรมใหม่ MIC (Many Integrated Core) ขนาดกระบวนการผลิต 22 นาโนเมตร 3D Tri-Gate ทรานซิสเตอร์ และมี Core ในการประมวลผลมากกว่า 50 Core แต่ละ Core จะมี L1 Cache 64 KB พร้อมด้วย L2 Cache 512 KB นอกจากนี้ในแต่ละ Core ยังมีถึง 4 Thread ด้วยกัน


Intel ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายหลักของ Intel Xeon Phi Coprocessor ไปที่คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (HPC) และ Super Computer โดยภายในงานมีการเปิดตัว Intel Xeon Phi Coprocessor ตระกูล 3100 และ Intel Xeon Phi Coprocessor 5110P ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

Intel Xeon Phi Coprocessor ตระกูล 3100 จะเน้นไปที่ประสิทธิภาพต่อราคาเป็นหลัก โดยมี 57 Core ให้พลังในการประมวลผลอยู่ที่ 1 TFlops (Double Precision) มาพร้อมกับหน่วยความจำ 6 GB Bandwidth 240 GB/s กินไฟประมาณ 300 W ราคาอยู่ที่ 2,000$ (ราวๆ 61,000 บาท) เริ่มวางจำหน่ายช่วงครึ่งปีหน้า
Intel Xeon Phi Coprocessor 5110P จะเน้นไปที่ประสิทธิภาพต่อพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไปเป็นหลัก โดยมี 60 Core ให้พลังในการประมวลผลอยู่ที่ 1.011 TFlops (Double Precision) มาพร้อมกับหน่วยความจำ 8 GB GDDR5 Bandwidth 320 GB/s กินไฟประมาณ 225 W ราคาอยู่ที่ 2,459$ (ราวๆ 75,000 บาท) วางจำหน่ายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปีหน้า


หมายเหตุ : ทั้ง Intel Xeon Phi Coprocessor ตระกูล 3100 และ 5110P รองรับ ECC Memory


ตัวที่มีพัดลมคือ Intel Xeon Phi Coprocessor ตระกูล 3100
ตัวที่ไม่มีพัดลมคือ Intel Xeon Phi Coprocessor 5110P

Intel ตระหนักดีว่าตลาด Super Computer มากกว่า 91% กำลังอยู่ในกำมือ (Super Computer ที่แรงที่สุดในโลก 500 อันดับแรกใช้ Processor ของ Intel มากถึง 75%) และการปล่อยชิพรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดจะต้องเป็นประโยชน์ทั้งกับลูกค้ารายใหม่และลูกค้ารายเก่า Intel Xeon Phi Coprocessor จึงถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับ Intel Xeon E5 ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ Super Computer ที่ใช้ Intel Xeon E5 อยู่แล้วสามารถนำ Intel Xeon Phi Coprocessor มาเสริมทัพ เพิ่มประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องนำของเก่าไปทิ้ง นอกจากนี้ผู้ใช้ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้การใช้งาน Intel Xeon Phi Coprocessor ใหม่ เพราะโปรแกรมที่พวกเขาใช้กับ Intel Xeon E5 จะทำงานร่วมกับ Intel Xeon Phi Coprocessor ได้ทันที (ทำให้ Intel มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวใหม่จะไม่ล้มเหลวเหมือนกับ AMD FirePro อย่างแน่นอน)


ที่มา (เนื้อหาข่าวปนๆกันนะคับ)
www.theregister.co.uk
www.techpowerup.com
www.intel.com

วิวัฒนาการของผู้ใช้Windowsตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

      Windows ถือเป็นระบบปฎิบัติการบน Computer ของ Microsoft ตัวแรกๆ ที่เราๆท่านๆ รู้จักและคุ้นเคยกันมาช้านาน ระบบปฎิบัติการชนิดนี้ ได้ทำคุณประโยชน์ต่อวงการ Computer มาเป็นอย่างมากดังนั้นวันนี้เรามาย้อนอดีตกันถึงวิวัฒนาการของผู้ใช้Windowsตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันดีกว่าครับ

 1985 - Windows 1.0  เป็น OS แบบ 16 bit ที่มี GUI ตัวแรกของ Microsoft โดยออกวางขายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 1985 วางขายในรูปแบบของ Floppy Disk โดยผู้ใช้ต้องลง DOS ก่อนถือเป็นครั้งแรกของโลกที่รู้จักระบบปฎิบัติการณ์นี้
 1998 – Windows 98 เป็น OS ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของ Microsoft ออกมาในวันที่ 24 สิงหาคม 1995 เริ่มแยกตัวออกจาก DOS แล้ว (นิยมการเก็บข้อมูลในรูปแบบของ Floppy Disk เป็นอย่างมาก)
 2000 – Windows 2000  วางเป้าหมายไว้ที่กลุ่มผู้ใช้ด้วนธุรกิจ,Notebook,และ Server โดยออกวางขายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2000 มีออกมาทั้งหมด 4 รุ่น คือ Professional, Server, Advanced Server และถือว่าเป็นสหัสวรรษใหม่เลยทีเดียว ( จุดเริ่มต้นของ MSN/Google )
 2001 – Windows XP  ออกวางขายวันที่ 25 ตุลาคม 2001 ซึ่งขายได้มากกว่า400ล้านชุดได้รับความนิยมสูงมาก และครองตลาดอยู่นานมากๆ จนเรียกได้ว่า OS ของComส่วนใหญ่ในโลกนี้เป็น Windows XP โดย Windows XP นั้นเน้นการใช้งานส่วนบุคคล ชื่อ XP มาจากคำว่า Experienceและมาพร้อมกับ Internet Explorer 6 ที่ไม่มีวันตาย
 2007 – Windows Vista วางขายในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2006 พร้อมกับเสียงก่นด่านับไม่ถ้วน ตั้งแต่เรื่องกินสเปค ทำงานช้า Error บ่อย ไม่ Support โปรแกรมเก่าๆ ฯลฯ ถึงแม้จะมีการออก Service Pack มาแก้ปัญหาถึง 2 ตัว จนมันทำงานได้ดีแล้ว แต่ชื่อ Windows Vista ก็จะถูกจดจำไปอีกนานในฐานะ Windows ที่ล้มเหลวที่สุดของ Microsoft ( ทั่วโลกเริ่มรู้จัก Facebook/Youtube )
 2009 – Windows 7 จากความล้มเหลวใน Vista ทำให้ Microsoft แก้ตัวใหม่Windows 7 ก็ประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกที่ออกวางจำหน่ายในวันที่ 29 ตุลาคม 2009 โดยคาดว่าในอีกไม่นาน Windows 7 จะมาเป็น OS หลักสำหรับ PC แทนที่ Windows XP ที่จะมีอายุครบ 10 ปี (การเข้ามาของ Twitter)
 2012 Windows 8 เปิดตัวเมื่อเดือน ตุลาคม 2012 สิ่งที่ทำให้ Windows 8 แตกต่างอย่างชัดเจนกับWindowsรุ่นก่อนหน้านี้คือ การออกแบบมาเพื่อให้ทำงานครอบคลุมทุกPlatforms ไม่ว่าจะเป็นบนTablet,Laptop และDesktopที่สำคัญคือ Windows 8 ได้ถูกออกแบบมาสำหรับจอTouch screen และจะเป็นครั้งแรกที่ระบบปฏิบัติการWindowsจะทำงานด้วยระบบประมวลผล ARM ซึ่งMicrosoftคาดหวังไว้ว่าในอนาคตจะช่วยกระตุ้นยอดขายTablet  Computerซึ่งปัจจุบันยังเป็นรองAppleอยู่


แหล่งที่มา : www.freemake.com                                                                      
                http://goo.gl/y81yj
                https://www.facebook.com/Pasit.CRM